Italy: Orders of machine tools decrease

ยอดสั่งซื้อเครื่องมือจักรกลของอิตาลีลดลง งานนี้ Trade War มีเอี่ยว!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐส่งผลกระทบไปทั่วทุกหย่อมหญ้าขึ้นอยู่กับว่าใครจะกระทบมาก-น้อย ในอุตสาหกรรมเครื่องมือจักรกลก็เช่นกัน 

UCIMU หรือ สมาคมผู้ผลิตเครื่องมือ หุ่นยนต์ และเครื่องจักรกลอัตโนมัติอิตาลี รายงานว่า การสั่งซื้อเครื่องมือเครื่องจักรลดลง 18,6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยแนวโน้มเชิงลบดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ

ในไตรมาสที่สามของปี 2019 ดัชนี UCIMU แสดงให้เห็นว่ายอดการสั่งซื้อลดลง 18,6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าสุทธิของตัวชี้วัดอยู่ที่ 69 (ต่ำกว่ามูลค่าเฉลี่ย 100 ที่เกิดขึ้นในปี 2015) ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยรวมเป็นผลมาจากแนวโน้มเชิงลบที่เกิดขึ้นทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ

ยอดสั่งซื้อจากตลาดภายในประเทศที่รวบรวมจากผู้ผลิตชะลอตัวลง 19,3% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนปี 2018 ส่วนยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศ ลดลงถึง 14% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2018

Massimo Carboniero ประธาน UCIMU-Sistemi per produrre กล่าวว่า “โชคไม่ดีที่ปี 2019 ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นปีแห่งการหดตัวสำหรับผู้ผลิตเครื่องมือเครื่องจักร หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติของอิตาลี ซึ่งประสบปัญหาทั้งกับตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ผู้ประกอบการในภาคส่วนนี้มีความกังวลเกี่ยวกับความซับซ้อนของบริบทระหว่างประเทศซึ่งแปลผลไปสู่การแช่แข็งในบางส่วนของการลงทุนในระบบการผลิตในหลายตลาดรวมถึงอิตาลี

Trade War Chinese-American

“ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ (สหรัฐอเมริกาและจีน) ภาวะถดถอยในภาคการขับเคลื่อนสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต (โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์) และการปะทุของสงครามในจุดร้อนแรงของโลกทำให้กิจกรรมของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีทั้งความซับซ้อนและอนาคตอันไม่แน่นอนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ในสถานการณ์เช่นนี้ มีความซับซ้อนในตัวเอง ความเสี่ยงของระบบอุตสาหกรรมของอิตาลีนั้นยิ่งถูกซ้ำเติมด้วยทัศนคติอันไม่แน่นอนของหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับความชัดเจนของกฎหมายงบประมาณ 2020 (Budget Law 2020) และการจัดสรรทรัพยากร (หายาก) ที่มีอยู่

“ในเวลานี้ประเทศของเราต้องการแผนใดแผนหนึ่งที่สามารถสนับสนุนหรือรองรับการลงทุนและการพัฒนาของอุตสาหกรรมการผลิตซึ่งเป็น “ตัวกระตุ้น” ที่แท้จริงของการจ้างงานยิ่งกว่าครั้งใดๆ  ในประเด็นนี้ การลดการลดหย่อนภาษีเพื่อผลประโยชน์ของพนักงานนั้นพอจะประเมินค่าได้โดยมีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม ไม่เพียงเท่านั้น โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องมือกลเราได้สรุปรายการสั้น ๆ ของมาตรการที่ควรนำมาใช้อย่างแท้จริง เพื่อให้ปี 2020 เป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้นวงจรใหม่ที่เป็นบวก ด้วยผลลัพท์เชิงบวกที่ได้รับการยืนยันแล้วจากการรวบรวมแอปพลิเคชั่นที่จะจัดแสดงในงาน BI-MU ครั้งที่ 32 ซึ่งมีกำหนดการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 17 ตุลาคม 2020

“โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความต่อเนื่องของความทันสมัย (modernization) และการเปลี่ยนผ่าน (Transformation) ภายในโรงงานของอิตาลี แม้จากในมุมมองเชิงดิจิทัล ก็ยังมองว่าจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างหลักประกันให้กับการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แพคเกจนี้ควรมีโครงสร้างที่แน่นอนและปราศจากความคาดหวังและความไม่แน่นอนรายปีซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรการแต่ละมาตรการที่รวมอยู่ในแผนการนี้ซึ่งอาจถูกนำมาพิจารณาอีกครั้ง

“แพคเกจสำหรับการเติบโตขององค์กรควรรวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการคิดค่าเสื่อมแบบ super และ hyper สำหรับการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ ซอฟต์แวร์และระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นแวดล้อมต่างๆ

“สิ่งสำคัญอีกประการก็คือ ค่าเสื่อมราคาเกิน (hyper-depreciation) ควรมีอายุอย่างน้อยสามปี ในทางกลับ super-depreciation ควรจะมาพร้อมกับการแก้ไขค่าสัมประสิทธิ์ค่าเสื่อมราคาที่ปัจจุบันยังเทียบใช้กับใน1988 ซึ่งไม่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดอีกต่อไป

“เสริมด้วยสิ่งนี้ ก็คือโปรแกรมการศึกษาอย่างมืออาชีพและการฝึกอบรม 4.0 ควรมีการวางแผนไว้สำหรับปี 2020 ซึ่งสามารถอนุญาตให้พนักงานอัพเดทตัวเองได้ตามข้อกำหนดใหม่ของโรงงานดิจิทัล เวลานี้เครดิตภาษีถูกคำนวณเฉพาะต้นทุนของบุคลากรที่มีการศึกษาระดับมืออาชีพและการฝึกอบรมเพิ่มทักษะแบบรายชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น เราจึงอยากให้มีการพิจารณา tax credit ในแบบที่รวมค่าใช้จ่ายของครูและผู้ฝึกสอน ซึ่งเป็นรายการค่าใช้จ่ายที่ยุ่งยากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ SME

“เมื่อมีการประกาศใช้บทบัญญัติ 4.0 เจ้าหน้าที่ของรัฐควรจัดทำแผนการสื่อสารที่กว้างขวางเพื่อแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบถึงเนื้อหาและโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการใช้บทบัญญัติเหล่านี้ เป็นที่รู้กันว่าองค์กรจำนวนมากในปัจจุบันยังไม่มีความคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับเครื่องมือในการจำหน่ายเพื่อรองรับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งจำเป็นต้องแทรกแซงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการนี้เพื่อสร้างบรรยากาศของความเชื่อมั่นใหม่ในหมู่ผู้ประกอบการของอุตสาหกรรมการผลิตซึ่งเป็นฐานสำคัญสำหรับการฟื้นตัวของการลงทุน”

 

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •