เครื่องพิมพ์ 3D ล่าสุดสำหรับแอปพลิเคชัน FDM, P3 และ SAF

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Stratasys ซัพพลายเออร์ของโซลูชันการพิมพ์ 3 มิติวัสดุพอลิเมอร์ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติใหม่สามรุ่น ที่สามารถตอบโจทย์โอกาสทางการตลาดมูลค่าหลายพันล้านยูโรในการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุ (AM) ชิ้นส่วนที่ใช้งานได้จริง (end-use parts) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการผลิตแบบดั้งเดิมไปเป็นการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุ หรือ การพิมพ์ 3 มิติสำหรับแอปพลิเคชันการผลิตในปริมาณต่ำถึงระดับกลางซึ่งการผลิตรูปแบบเดิมไม่สนับสนุน

อิสราเอลStratasys กำลังเร่งเวลาเข้าสู่ยุค Additive Manufacturing 2.0 เพราะเล็งเห็นว่า บรรดาผู้นำการผลิตระดับโลกไปไกลกว่าแค่การนำการพิมพ์สามมิติมาใช้ในการสร้างต้นแบบ หรือ prototyping  แต่ยังนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในห่วงโซ่คุณค่าการผลิตทั้งหมด เพื่อสร้างความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ปีที่แล้วบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์จากแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ 3 มิติทั้งหมด รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับบริการการพิมพ์ 3 มิติ ทั้งฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และวัสดุที่มีความครอบคลุมและครบวงจร โดย Stratasys คาดการณ์ว่า การเติบโตของรายได้จากการผลิตด้วย 3D Printing จะแซงหน้ากลุ่มอื่น ๆ โดยเติบโตขึ้นกว่า 20 % ตั้งแต่ปี 2022



ล่าสุด Stratasys ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Origin One ซึ่งออกแบบมาสำหรับแอปพลิเคชันการผลิตแบบ end-use เครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่นใหม่นี้ใช้เทคโนโลยี P3 ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ  Stratasys และเป็นสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์แรกในการผลิตชิ้นส่วนในปริมาณหลากหลาย สามารถใช้งานได้กับวัสดุเสริมชนิดอื่นที่ได้รับการรับรอง ซึ่งมีความถูกต้องแม่นยำในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม ทั้งรายละเอียด, พื้นผิว, ความสามารถในการทำซ้ำและ time to part ในส่วนของเทคโนโลยีนั้นได้รวมการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ไว้ด้วย ทำให้ Stratasys สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบในผลิตภัณฑ์เวอร์ชันใหม่ได้เกือบทุกด้าน เพิ่มทั้งความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในการทำงาน ในขณะที่การเชื่อมต่อผ่านคลาวด์ (Cloud connectivity) ทำให้ลูกค้าได้รับการปรับปรุงฟีเจอร์ต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

The Stratasys Origin One 3D printer is designed for mass production applications requiring industry-leading accuracy, detail, finish, repeatability, and time to part.(Picture: Stratasys)

การประมาณการภายในของบริษัทชี้ให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาดมูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มุ่งเน้นการผลิตที่เหมาะสมกับ Origin One ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชันด้านยานยนต์, สินค้าอุปโภคบริโภค, การแพทย์, ทันตกรรมและแอปพลิชัน Tooling ต่าง ๆ ทั้งนี้ Stratasys วางแผนที่จะเริ่มรับคำสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ กระบวนการหลังการผลิตและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางทั่วโลกในเดือนพฤษภาคมนี้

SAF Technology  ในเครื่องพิมพ์ 3D H350 ใหม่

Stratasys ยังเปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3D Stratasys H350 ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติตัวแรกในแพลตฟอร์มการผลิต H Series ใหม่ เครื่องพิมพ์ H350 รุ่นใหม่นี้ใช้เทคโนโลยี SAF ให้ปริมาณงานในระดับ production scale สำหรับชิ้นส่วนที่ใช้งานจริง (end-use parts) ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ผลิตสามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ด้วยต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้และสามารถคำนวณต้นทุนต่อชิ้นส่วนได้ รวมถึงการควบคุมที่สมบูรณ์สำหรับการผลิตชิ้นส่วนหลายพันชิ้น นอกจากนี้เครื่องพิมพ์ H350 ยังรองรับการพิมพ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่พิมพ์ 3 มิติด้วยเทคโนโลยี SAF ด้วย

The Stratasys H350 3D printer is designed for the production of thousands of parts as additive manufacturing at higher volumes gains momentum in the industry.(Picture: Stratasys)

เครื่องพิมพ์ H350 ผ่าน beta testing ตั้งแต่ต้นปี 2021 โดยมีสำนักงานให้บริการและการผลิตตามสัญญาจ้างในยุโรป อิสราเอล และสหรัฐอเมริการวมถึง Stratasys Direct Manufacturing ซึ่งตอนนี้บริการขายชิ้นส่วนตามความต้องการโดยใช้ระบบดังกล่าว คาดว่าจะจัดส่งให้ลูกค้าในวงกว้างมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ทั้งนี้ แอปพลิเคชันรวมถึงชิ้นส่วนที่ใช้งานได้ต่าง ๆ เช่น ฝาปิด-เปิด, คอนเน็คเตอร์, บานพับ, ตัวยึดสายเคเบิล, ตัวเรือนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และท่อ เป็นต้น

บริษัทกำลังใช้วัสดุเสริมอื่นๆ (third-party materials) ที่ได้รับการรับรองสำหรับระบบ H Series วัสดุเริ่มต้น คือ Stratasys High Yield PA11 ซึ่งเป็นพลาสติกชีวภาพที่ทำจากน้ำมันละหุ่ง (sustainable castor oil)

New Stratasys F770
New Stratasys F770 installed at Sub-Zero Group, a luxury appliance manufacturer, for 3D printing very large parts. (Source: Stratasys)

ทำให้การผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่เป็นเรื่องง่ายด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ F770 FDM

ระบบใหม่อันที่สามเปิดตัวด้วยเครื่องพิมพ์ F770 3D ผลงานที่สร้างจากชื่อเสียงของ Stratasys ในเรื่องความแม่นยำในการทำซ้ำ (reproducibility) และความเชื่อถือได้ผ่านเทคโนโลยี FDM ระดับอุตสาหกรรม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับชิ้นส่วนขนาดใหญ่ เครื่องพิมพ์ FDM 3D รุ่นใหม่ล่าสุดนี้มีระบบตู้อบร้อนในเครื่องพิมพ์ที่มีขนาดยาวที่สุดในตลาดและมี build volume กว่า 372 ลิตร

ระบบใหม่ล่าสุดนี้มีราคาต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้รับการออกแบบมาสำหรับการสร้างต้นแบบ, อุปกรณ์จับยึด (jigs and fixtures) และแอปพลิเคชัน Tooling ที่ต้องใช้เทอร์โมพลาสติกมาตรฐาน Soluble support material ช่วยลดขั้นตอนหลังโปรเซส ในขณะที่ซอฟต์แวร์ Grab CAD Print ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับขั้นตอนการทำงานและการเชื่อมต่อระดับองค์กรโดยเปิดใช้งานผ่านมาตรฐาน MT Connect และ Grab CAD SDK


อ้างอิง: https://www.etmm-online.com/three-new-3d-printers-for-fdm-p3-and-saf-applications-a-1020526/

บทความที่เกี่ยวข้อง: