โซลูชันการพิมพ์ 3 มิติล่าสุด

โซลูชันการพิมพ์ 3 มิติล่าสุด สำหรับผู้ผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์ (3)

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เพิ่มคุณสมบัติซอฟต์แวร์เพื่อคุณภาพการพิมพ์ 3 มิติที่ดีกว่า

เทคโนโลยีการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุของบริษัท 3D Systems ที่มีจำหน่ายในสหราชอาณาจักรจาก Engineering Technology Group (ETG) ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยการเปิดตัวเครื่องพิมพ์รุ่น 3D Sprint 3.0 โดยมีเทคโนโลยีซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการเตรียมและการปรับข้อมูล CAD และข้อมูลพื้นที่ (Polygon) ให้เหมาะสมรวมทั้งการจัดการกระบวนการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุบนเครื่องพิมพ์พลาสติก 3 มิติของ 3D System ก็ยังมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่สำคัญ ๆ ในผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่น

ซอฟต์แวร์ 3D Sprint 3.0 ประกอบด้วยคุณสมบัติใหม่และการปรับปรุงเพิ่มเติมที่สำคัญที่มอบคุณค่าใหม่ ๆ แก่ผู้ใช้ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความสามารถของซอฟต์แวร์ที่รองรับการปรับเปลี่ยนจากการสร้างต้นแบบ (Prototyping) ที่รวดเร็วไปสู่การผลิตแบบซีรีย์ (Serial production) โซลูชั่นของซอฟต์แวร์มีจุดเด่นที่ความสามารถในการทำงานได้ด้วยซอฟต์แวร์เดียว ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือ CAD ในการพิมพ์ ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและการจัดการข้อมูลที่มีการปรับให้เหมาะสมจึงช่วยย่นเวลาในการพิมพ์ชิ้นส่วนด้วยระบบอินเตอร์เฟซเดียวที่ใช้งานได้สะดวกง่ายดาย

The 3D Sprint 3.0 software provides the end-user with the ability to auto-place parts by height.(Source: ETG)

ซอฟต์แวร์ 3D Sprint 3.0 มีการปรับปรุงทั่วไปมากมาย ได้แก่ ความสามารถในการนำเข้าไฟล์รูปแบบ 3MF ที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเครื่องมือแบบใหม่ในการเว้นระยะและจัดแนวชิ้นงานบนแท่นขึ้นรูปและความสามารถในการลบชิ้นส่วนย่อยและตั้งชิ้นส่วนใหม่ให้ได้ขนาดและตำแหน่งเดิม นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงในส่วนอื่นอีก ได้แก่ การรายงานที่ให้รายละเอียดและจำนวนข้อมูลที่มากขึ้น รวมถึงความสามารถในการแยกชิ้นส่วนโดยการสุ่มสีเพื่อให้ระบุชิ้นงานได้ง่ายยิ่งขึ้น

ด้วย Multijet Printing (MJP) ของ 3D Systems ที่มีจำหน่ายจาก ETG ซอฟต์แวร์ 3D Sprint 3.0 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางชิ้นงานได้อัตโนมัติตามความสูงเพื่อคุณภาพและความเร็วในการพิมพ์ที่ดียิ่งขึ้นแถมยังสามารถใส่ชิ้นงานเพิ่มเติมลงบนถาดขึ้นรูปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นเครื่องพิมพ์ในรุ่น MJP ของ 3D Systems ยังได้ประโยชน์จากระบบการวัดขนาดและค่าออฟเซ็ต Wizard แบบใหม่ที่สามารถเปรียบเทียบวัดเครื่องพิมพ์และให้ชิ้นงานที่มีความแม่นยำกว่าที่เคย

Evonik ใช้วัสดุโฟโตโพลิเมอร์เป็นครั้งแรกสำหรับการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุจนทำให้สินค้าติดตลาด

วัสดุพร้อมใช้ 2 ชนิดถือเป็นการเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Evonik ที่ทำจากเรซิ่นเหมาะสำหรับใช้งานในกระบวนการพิมพ์ 3 มิติที่ใช้วัสดุโฟโตโพลีเมอร์ เช่น SLA หรือ DLP โดยบริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่งาน TCT Asia ในเมืองเซี่ยงไฮ้ของจีนตั้งแต่วันที่ 26 – 28 นี้

Infinam TI 3100 L is the first high-performance material of Evonik’s photopolymer product family.(Source: Evonik)

ด้วยสายผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ทำให้บริษัทกำลังก้าวสู่ตลาดเทคโนโลยีโพลิเมอร์อย่างเต็มตัว เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองในตลาดในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุสำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติที่ใช้วัสดุโพลีเมอร์เป็นหลัก วัสดุประสิทธิภาพสูงชนิดแรกจากกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์ของ Evonik ส่งผลให้เกิดชิ้นส่วน 3 มิติที่ทั้งเหนียวและป้องกันการกระแทก คุณสมบัติทั้งสองอย่างทำให้ Infinam TI 3100 L กลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุของชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้กระบวนการพิมพ์ 3 มิติด้วยวัสดุโพลีเมอร์ เช่น SLA และ DLP ค่าความแข็งแกร่งต่อการกระแทก (Impact Strength Value) ที่วัดได้บนชิ้นส่วนที่พิมพ์ออกมานั้นอยู่ที่ 30 J/m3  พร้อมค่าการยืดตัว ณ จุดขาย (Elongation at Break) สูงถึง 120%  วัสดุตัวใหม่นี้จึงสามารถทนทานต่อแรงกระแทกที่รุนแรงรวมถึงผลกระทบจากเครื่องจักรกล เช่น การกดหรือการกระแทกได้อย่างถาวร วัสดุนี้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ไปจนถึงการใช้ผลิตชิ้นงานเดี่ยว ๆ ในภาคสินค้าอุปโภคซึ่งนอกเหนือจากรูปทรงที่หลากหลายแล้วยังต้องการความทนทานในการใช้งานวัตถุอีกด้วย

บริษัทฯ กล่าวว่าการคิดค้นสูตรที่สองกับสินค้ารุ่น Infinam ST 6100 L ถือเป็นมาตรฐานใหม่ในหมวดวัสดุเรซิ่นสังเคราะห์ความแข็งแรงสูง ด้วยแรงเค้น (Tensile Strength) ขนาด 145 MPa และค่าอุณหภูมอิการคงรูปของความร้อน (HDT) ที่ 120 °C ทำให้สามารถเติมช่องว่างของวัสดุในโฟโตโพลีเมอร์ที่มีความแข็งแรงสูงมาก คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ Infinam ST 6100 L ถือเป็นวัสดุทางเลือกสำหรับการใช้งานที่ต้องการความต้านทานอุณหภูมิสูง ๆ และมีความแข็งแรงทางกลสูง ๆ

โฟโตโพลีเมอร์แบบใหม่นี้เป็นสูตรการคิดค้นวัสดุที่มีประสิทธิภาพสูงและพร้อมใช้งานได้ทันที สามารถนำไปใช้กับเครื่องจักร SLA และ DLP จำนวนมากที่มีจำหน่ายทั่วไปในตลาด



เครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่นใหม่สามแบบสำหรับใช้งาน FDM, P3 และ SAF

บริษัท Stratasys กำลังรุดหน้าสู่ยุค Additive Manufacturing 2.0 ซึ่งเป็นยุคที่บริษัทฯ เล็งเห็นว่าผู้นำด้านการผลิตทั่วโลกต่างพัฒนาไปไกลกว่าการสร้างต้นแบบแบบเดิมโดยหันไปพึ่งการพิมพ์ 3 มิติที่ช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิตได้อย่างมาก ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีมูลค่ารายได้เพิ่มขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์จากการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต นอกจากนั้น ด้วยฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ วัสดุ และโซลูชั่นด้านการบริการเกี่ยวกับการพิมพ์ 3 มิติที่ครอบคลุมและมีข้อมูลที่ประสานการทำงานร่วมกันได้อย่างบูรณาการ  Stratasys ประมาณการว่ารายได้จากการผลิตของบริษัทฯ จะเติบโตไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ โดยมีการเติบโตมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเริ่มตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่น Origin One ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในการผลิตที่พร้อมใช้งาน โดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่นใหม่นี้ใช้เทคโนโลยี P3 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของบริษัทฯ และสถาปัตยกรรมที่ใช้ซอฟต์แวร์เป็นหลักในการผลิตชิ้นงานปริมาณมาก ๆ โดยใช้วัสดุของรายอื่นที่ผ่านการรับรอง ทั้งยังให้ความแม่นยำ รายละเอียด การตกแต่งชิ้นงาน ความสามารถในการทำซ้ำชิ้นงาน และเวลาในการแยกชิ้นงานที่ดีเยี่ยมในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีดังกล่าวบวกกับการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ให้ดียิ่งขึ้นช่วยให้ Stratasys สามารถเพิ่มการมองเห็นส่วนต่าง ๆ ของระบบได้ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้เพื่อปรับปรุงความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของระบบ การเชื่อมต่อระบบคลาวด์ยังช่วยปรับปรุงคุณสมบัติเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

นอกจากนั้น Stratasys ยังเปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่น H350 ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติเครื่องแรกในแพลตฟอร์มการผลิตชุด H Series รุ่นใหม่ ด้วยเทคโนโลยี SAF ทำให้เครื่องพิมพ์ H350 สามารถให้ปริมาณงานระดับการผลิตสำหรับชิ้นส่วนพร้อมใช้สำหรับผู้บริโภค เครื่องนี้ได้รับการออกแบบมามาเพื่อสร้างความแม่นยำในการผลิตให้แก่ผู้ผลิต ด้วยต้นทุนต่อชิ้นที่แข่งขันและคาดการณ์ได้ สามารถควบคุมการผลิตชิ้นงานได้นับพันชิ้น เครื่องพิมพ์รุ่น H350 ยังประกอบด้วยชิ้นส่วนมากมายที่ผ่านการพิมพ์แบบ 3 มิติด้วยเทคโนโลยี SAF

เครื่องพิมพ์ H350 ได้รับการทดสอบจากผู้ใช้งานจริง (Beta testing) ตั้งแต่ต้นปี 2021 พร้อมด้วยศูนย์การประมวลผลข้อมูลและผู้ทำสัญญาจ้างผลิตในยุโรป อิสราเอล และสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงฝ่าย Direct Manufacturing ของ Stratasys ที่ปัจจุบันรับผิดชอบการขายชิ้นส่วนตามความต้องการโดยใช้ระบบ คาดว่าจะมีการขนส่งเครื่องให้แก่ลูกค้าเพิ่มมากขึ้นในไตรมาสที่สามของปีนี้ ส่วนการใช้งานนั้นได้แก่การผลิตชิ้นส่วนพร้อมใช้ เช่น ฝาปิด ตัวเชื่อมต่อ บานพับ ที่ยึดสายไฟ ตู้ควบคุมไฟฟ้า และท่อต่าง ๆ

ระบบที่สามที่มีการเปิดตัวคือเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่น F770 ที่สร้างขึ้นจากชื่อเสียงของผู้ผลิตเองในด้านความสามารถในการผลิตซ้ำชิ้นงานและความน่าเชื่อถือผ่านเทคโนโลยี FDM ระดับอุตสาหกรรม เป็นเครื่องที่เหมาะสำหรับการผลิตชิ้นงานใหญ่ ๆ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบ FDM ที่มีตู้อบร้อนที่ยาวที่สุดในตลาด และให้ปริมาณการขึ้นรูปได้มากถึง 372 ลิตร

ระบบใหม่นี้มีราคาไม่ถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเครื่องที่ออกแบบมาสำหรับการสร้างต้นแบบ อุปกรณ์การกำหนดตำแหน่งและจับยึด และการใช้งานในการทำเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้เทอร์โมพลาสติกแบบมาตรฐาน วัสดุรองรับที่สามารถละลายน้ำได้ทำให้การทำโพสต์โพรเซสซิ่งง่ายขึ้น ในขณะที่ซอฟต์แวร์ Grab CAD Print ช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและสามารถเปิดใช้งานการเชื่อมต่อของบริษัทได้ผ่านมาตรฐาน MT Connect และ Grab CAD SDK

อ้างอิง: https://www.etmm-online.com/the-latest-3d-printing-solutions-for-tool-and-mould-makers-a-1028391/

บทความที่เกี่ยวข้อง: