ตลาดขวดเป่าขึ้นรูปในยุโรปกำลังขยายตัว

ตลาดขวดพลาสติกในยุโรปกำลังขยายตัว

รายงานของ AMI Consulting ระบุว่า แนวโน้มตลาดขวดพลาสติกชนิดเป่าขึ้นรูปในยุโรปเป็นบวก จากปริมาณการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการ Added value products (ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม) สูงขึ้น และการใช้วัสดุรีไซเคิลเพิ่มขึ้น

ความต้องการขวดพลาสติกเป่าขึ้นรูปในยุโรปมีจำนวนถึง 189 พันล้านหน่วยในปี 2017 เพิ่มขึ้นจาก 176 พันล้านหน่วยในปี 2013 จากการเติบโตอย่างรวดเร็วสูงสุดในกลุ่มของตลาดอาหารที่ใช้ทาขนมปังแบบบรรจุขวดและน้ำดื่ม

ในส่วนของตลาดอาหารบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากโอกาสในการพัฒนาแบรนด์ ขณะเดียวกันขวดพลาสติกขึ้นรูปแบบต่างๆ ได้รับความต้องการสูงจากผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาบ้าน โดยการแข่งขันกันในตลาดจะมุ่งไปที่การให้ความสำคัญระหว่างวัสดุและระหว่างรูปแบบ  (inter-material and inter-format competition) ศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานหรือ supply-chain และโอกาสในการเป็นแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม

รีไซเคิลคือประเด็นสำคัญ

ความยั่งยืน (Sustainability) เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้นทุกทีๆ กลายเป็นวาระที่เข้าไปมีบทบาทสำคัญต่อเจ้าของแบรนด์และผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบ ส่วนใหญ่จะตั้งเป้าหมายถึงความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งด้วยการลด การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดน้ำหนักผลิตภัณฑ์ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อความต้องการใช้โพลีเมอร์ แต่ขณะเดียวกันก็ช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาวัสดุที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นรวมไปถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีด้วย การรีไซเคิลพลาสติกทั้งแบบ PET (Polyethylene Terephthalate) และ HDPE (High Density Polyethylene) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันจะยิ่งขยายตัวเร็วขึ้น

ทั้งนี้การเติบโตของการรีไซเคิลในยุโรปถูกขับเคลื่อนโดย European Commission’s Circular Economy Action และข้อตกลงร่วมกันของบรรดาเจ้าของแบรนด์หลักๆ จำนวนหนึ่ง ว่าจะเพิ่มปริมาณสารจากวัสดุรีไซเคิลเข้าไปในบรรจุภัณฑ์ให้ได้ถึงร้อยละ 25 หรือมากกว่านั้นภายในปี 2025

การใช้วัสดุรีไซเคิลจะเติบโตมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการสร้างสมดุลระหว่างเหตุผลทางการเงินและด้านสิ่งแวดล้อม และการจะบรรลุผลสำเร็จเชิงอุตสาหกรรมก็จำเป็นต้องพัฒนาห่วงโซ่อุปทานใหม่ๆ  การลงทุนในด้านกำลังการผลิต การรีไซเคิลแบบวงปิด (closed-loop recycling) และเทคโนโลยีการคัดแยก

เมื่อเกิดการกดดันด้านราคาสูงขึ้น ห่วงโซ่อุปทานถูกบังคับให้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่าย บรรดาเจ้าของแบรนด์พากันลดบทบาทของ converters ด้วยการเพิ่มมาตรการควบคุมการจัดซื้อโพลีเมอร์ การพัฒนาขีดความสามารถในการขึ้นรูปแม่พิมพ์เป่าและการฉีดขึ้นรูป รวมไปถึงการสร้างความโปร่งใสด้านต้นทุนด้วยการผลิตด้วยตนเอง เนื่องจากการลดค่าใช้จ่ายส่งผลให้ converters กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและเกิดการลดต้นทุนผ่านพื้นที่การใช้งานที่ลดลง ผู้มีบทบาทต่างๆ ในภาคธุรกิจต่างพุ่งเป้าไปที่ความพยายามในการพัฒนาในธุรกิจที่สร้างไว้แล้ว ว่าจะหาทางเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น การโฟกัสไปที่เทคโนโลยีการป้องกัน เป็นต้น

มีกลุ่มธุรกิจ 10 กลุ่มที่ครอบครองอัตราส่วนร้อยละ 28 ของปริมาณการผลิตซึ่งทำให้ตลาดขวดเป่าขึ้นรูปในยุโรปกระจัดกระจาย ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในยุโรปได้แก่ Alpha, Logoplaste, Plastipak, RPC และ Serioplast

AMI Consulting คาดการณ์ว่าความต้องการโดยรวมจะขึ้นไปถึง 203 พันล้านหน่วยภายในปี 2022 คิดเป็นอัตตราเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ร้อยละ 1.4 ระหว่างปี 2017 ถึงปี 2022 แต่การเติบโตในบางภาคส่วนจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •